|
วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2551 ศาลาริมน้ำ โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล
ทั้งสองพบรักกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเรียนจบยังคงตามติดค้นหาหัวใจของกันและกันอย่างต่อเนื่อง เมื่อกาลเวลาผ่านไป ทั้งคู่เข้ามาเรียนต่อปริญญาโทที่กรุงเทพฯ ด้วยกันจนได้ปริญญาใบที่สองมาครองสมใจ ฝ่ายชายจึงไม่รีรอ รีบจัดขบวนขันหมากมาโห่ร้องจับจองฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของท่านเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีษะเกษในทันที
Venue: ด้วยรูปแบบการจัดงานหมั้นแบบไทยขนานแท้ที่มีการแห่ขันหมากข้ามฝั่งแม่น้ำ ทั้งคู่จึงมองหาสถานที่ๆ มีความเป็นไทยอยู่ในตัวเองเพื่อง่ายต่อการจัดงาน ซึ่งศาลาริมน้ำ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งคู่ได้อย่างดี ติที่ว่าแสงภายในห้องยังมีน้อยเกินไป และทางโรงแรมจำกัดการนำไฟเข้าไปใช้เพิ่มเติมในห้อง จึงแก้ไขด้วยการเปิดม่านออกให้หมด เพื่อดึงแสงจากภายนอกเข้าสู่ภายใน และเลือกใช้ดอกไม้ประดับเป็นสีสว่างๆ
Theme : ด้วยความที่ทั้งคู่ได้รับการอบรมให้รักในขนบธรรมเนียมประเพณีไทยมาตั้งแต่เด็กๆ จึงมีข้อสรุปในการจัดงานหมั้นแบบไทยขนานแท้ ใช้การตกแต่งและสื่อความมงคลมาเป็นลูกเล่นให้แตกต่าง โดยมีคอนเซ็ป ‘ขันหมากนพรัตน์...เครื่องแขวนพัดมงคล’ จุดเด่นอยู่ที่การนำเครื่องประดับนพรัตน์ของครอบครัวมาเป็นธีมหลักของงาน คู่ไปกับการประดับตกแต่งบริเวณงานด้วย ‘พัด’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องแขวนของไทยที่สื่อความหมายมงคลได้ว่า ‘พัดจะนำพาสิ่งดีๆ และความร่มเย็นมาสู่ครอบครัว’
Decoration : บริเวณห้องจัดพิธีศาลาริมน้ำตกแต่งด้วยลวดลายไทยทั้งหมด ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยการนำพัดชนิดต่างๆ มาห้อยประดับไว้ตามมุมและหน้าต่าง ทั้งพัดจามร พัดวาลวิชนี พัดหน้านาง โดยพัดแต่ละชนิดทำขึ้นจากดอกไม้สดทั้งหมด ตรงกลางติดโลโก้ชื่อย่อของทั้งคู่ ส่วนด้านซ้ายและขวามีช่องประตูที่มองดูแล้วไม่สบายตา จึงทำม่านประตูประดิษฐ์จากดอกรักสีขาวร้อยเป็นเส้นยาวทิ้งตัวลงมา ด้านหน้าห้องพิธีจัดวางร่มสามชั้นแทนการใช้ฉัตรซึ่งถือว่าเป็นของสูง โดยได้ประยุกต์เอาร่มผ้าฝ้ายมาห้อยด้วยอุบะทรงเครื่อง เพดานด้านบนห้อยพวงแก้วห้าชั้นทำจากดอกไม้แห้งผสมดอกไม้จริง โดยขึ้นโครงเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่าซ้อนกันห้าชั้น ร้อยอุบะดอกจำปีและผูกให้ได้ขนาดลดหลั่นกัน ทางเข้าสวนด้านนอกและทางเดินซึ่งใช้ในการกั้นประตูเงินประตูทอง จัดเป็นซุ้มไทยประยุกต์เปรียบเสมือนประตูบ้าน ซึ่งเป็นด่านแรกในการรับขบวนขั้นหมาก ลักษณะเป็นซุ้มโค้งประดับด้วยดอกไม้นานาชนิดในโทนสีชมพูขาว ตรงกลางห้อยมาลัยตุ้มและพวงรักรูปหัวใจคู่ สำหรับเรือแห่ขันหมากประดับพวงแก้วที่กลางเรือและตกแต่งด้วยพัดจีนที่กรอบหน้าต่าง ด้านหน้าและด้านข้างตัวเรือประดับพวงดอกไม้ระย้าสีชมพูอ่อนแซมขาว เรือเปรียบได้กับเรือที่บรรทุกสิ่งของมีค่า โดยมีพัดจีนช่วยพัดพาเรือนี้มาสู่ฝ่ายหญิง
Sequences : เริ่มพิธีแต่เช้าตรู่ 6.30 น. ว่าที่คู่หมั้นตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ร่วมกัน จากนั้นว่าที่คู่หมั้นฝ่ายชายจะข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งโรงแรมเพื่อจัดเตรียมขบวนขันหมาก ก่อนที่จะมีการยกพานขันหมากทั้งหมดเข้าสู่ขบวน ผู้ใหญ่จากทางฝ่ายชายจะประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อน แล้วจึงตั้งขบวนและเครื่องบริวารให้พร้อมตามลำดับ และงานพิธีในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของผู้ถือพานด้วย เจ้าภาพจึงได้เชิญผู้ที่มีหน้าที่การงานมั่นคง การเงินไม่สะดุดและมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมมาเป็นผู้ถือพาน หัวขบวนนำโดยเถ้าแก่น้อย ซึ่งมีหน้าที่เจรจาประตูเงินประตูทอง และพาฝ่ายชายฝ่าด่านเข้าไปพบครอบครัวของฝ่ายหญิง (ผู้ทำหน้าที่เถ้าแก้น้อยจะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะการเงินมั่นคง เจรจาอ่อนหวาน พูดเก่ง และจะต้องมีอายุน้อยกว่าเถ้าแก่ใหญ่) ถัดจากนั้นเป็นว่าที่คู่หมั้นฝ่ายชายที่เดินนำหน้าคุณพ่อคุณแม่เพียงเล็กน้อย แล้วตามด้วยเถ้าแก่ใหญ่ที่ถือพานขันหมากเอกมาคู่กับพานขันหมากโท พานสินสอดเงินคู่กับพานสินสอดทอง พานสินสอดเพชรคู่กับพานสินสอดเพชรนพรัตน์ พานสินสอดโฉนดคู่กับพานสินสอดนาฬิกา พานแหวนหมั้นคู่กับพานธูปเทียนแพ พานขนมมงคล 9 อย่าง 1 คู่ พานห่อหมกและขนมห่อใบตองคู่กับพานขันฟักเงินฟักทองและส้ม พานผ้าไหว้ 1 คู่ ปิดท้ายด้วยพานต้นกล้วยและพานต้นอ้อย เมื่อตั้งขบวนพร้อมแล้วจึงทยอยกันลงเรือแห่ขันหมากที่เตรียมไว้ โดยนั่งเป็นคู่ตามลำดับขบวน แต่สำหรับเถ้าแก่น้อยและว่าที่คู่หมั้นฝ่ายชายนั้นจะยืนอยู่บริเวณหัวเรือ ซึ่งให้ความหมายว่าเป็นผู้นำขบวนสินสอดทั้งหมดเพื่อมาสู่ขอนั่นเอง เดินนำขบวนเข้าสู่ห้องพิธี โดยผ่านด่านประตูเงินประตูทองทั้งหมด 9 ประตู (ตามสีของอัญมณีนพเก้า) แต่ละชั้นจะใช้มาลัยนพรัตน์ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากกลีบดอกกล้วยไม้สีขาวนำมาย้อมสีให้ใกล้เคียงกับสีนพรัตน์ ซึ่งในแต่ละประตูจะมีความหมายเป็นมงคลในด้านต่างๆ ดังนี้ ประตูไพฑูรย์ หมายถึง เทวดาคุ้มครอง ป้องกันฟืนไฟ ประตูเพทาย หมายถึง ความร่ำรวย ชนะคดีความ ประตูเพชรมุกดา หมายถึง ความบริสุทธิ์ ร่มเย็น และชนะศัตรู ประตูไพลิน หมายถึง ความรัก ความเมตตากรุณาและความร่ำรวย ประตูโกเมน หมายถึง สุขภาพดี มีอายุยืนนาน ประตูบุษราคัม หมายถึง มีเสน่ห์ เป็นที่รักของคนทั่วไป ประตูมรกต หมายถึง ความศรัทธา กล้าหาญ ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง ประตูทับทิม หมายถึง ความสำเร็จ ลาภยศ อายุยืน ประตูเพชร หมายถึง ผู้ที่ยิ่งใหญ่ มีชัยแก่ศัตรู และความร่ำรวย สำหรับประตูเพชรจะมีความพิเศษกว่าประตูอื่นๆ เพราะถือว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่จะได้เข้าสู่ห้องพิธี
Card : จากอักษรตัวแรกของชื่อจริง สู่ขวัญ-สุริยันต์ กลายมาเป็นโลโก้ที่ใช้ประกอบในงาน และนำมาเขียนลงบนหน้าการ์ดด้วยสีชมพูทอง ล้อมด้วยลายกนกแบบไทยๆ ที่แสนจะอ่อนช้อยให้ความรู้สึกไหลลื่นไม่เป็นเหลี่ยม แถมยังคล้องจองไปกับสถานที่จัดงานซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำอีกด้วย นอกจากนี้ลายกนกที่โค้งไปมายังไหลวนมารวมกันกลายเป็นเครื่องหมายอินฟินีตี้ได้อย่างพอดิบพอดี ด้านหลังของการ์ดมีกลอน แต่งโดยคุณนัท แห่ง Studio Two 4 us มอบเป็นของขวัญชิ้นพิเศษเฉพาะทั้งสองคนด้วย
She wore & He wore : ทั้งคู่เลือกชุดจากร้าน Tinttempo (โซนเอ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์) โดยคุณไอซ์สวมเสื้อราชประแตนตัดเย็บด้วยผ้าทาฟต้าสีงาช้าง ตกแต่งบริเวณคอด้วยผ้าโจง และลดช่วงกระเป๋าของเสื้อราชประแตนให้เหลือเพียง 2 ใบ นุ่งโจงกระเบนผ้าหางกระรอกสีน้ำตาลทอง สวมถุงเท้ายาวและรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้ม คุณแป้งสวมชุดไทยประยุกต์ ท่อนบนเป็นผ้าทาฟต้าสีครีมจีบเดรฟบริเวณหน้าอกเป็นเส้นเฉียงให้กลายเป็นสไบขึ้นไป ตัวสไบเป็นผ้าชีฟองไล่สีชมพูเข้มไปอ่อนต่อยาวลงไปด้านหลัง ท่อนล่างนุ่งผ้าถุงที่ทำจากผ้าไหมยกทำสีใหม่ไล่สีชมพูเข้มจากสะโพกลงไปถึงชายด้านล่าง ติดตุ้มหูเพชรซีก สวมทับทรวงลวดลายไทยโบราณ พร้อมคาดเข็มขัดทองคำแท้ สวมรองเท้าผ้าไหม และ เกล้าผมสูงแซมด้วยดอกกล้วยไม้ไทย
Souvenir : เพื่อแทนคำขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาร่วมพิธีอันเป็นมงคลนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งคู่จึงอยากมอบสิ่งที่มีความหมายมงคลกลับคืนสู่แขกทุกคนด้วยเช่นกัน จึงสั่งทำพระประจำวันเกิดเนื้อโลหะประดับด้วยพลอยสีมงคล ที่ด้านหลังติดโลโก้ชื่อย่อของทั้งคู่มามอบให้กับแขกที่มาร่วมงาน โดยมอบคู่ไปกับมาลัยรักซีกพวงเล็กๆ และพระทุกองค์ที่มอบนั้นผ่านการปลุกเสกมาแล้วทั้งสิ้น
สาระพัด พัดหน้านาง ลักษณะคล้ายตาลปัตรของพระภิกษุ ตัวพัดร้อยเป็นสายด้วยดอกพุดแผ่รัศมีออกคล้ายพัดใบลาน ส่วนบนและล่างตกแต่งด้วยอุบะและตุ้งติ้ง เหมาะสำหรับแขวนประดับช่องประตู หน้าต่างหรือตามฝาผนัง พัดจามร ถือเป็นพัดไทยที่มีรูปลักษณ์อ่อนช้อยงดงาม เหมาะที่จะนำมาดัดแปลงเป็นเครื่องแขวน เมื่อนำมาตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส จะเพิ่มความสะดุดตาชวนมอง พัดจีน ลักษณะคล้ายพัดเมื่อคลี่แล้ว มีหลายรูปร่าง ทั้งท่าคว่ำ ท่าตะแคง พัดคว่ำนี้มองดูคล้ายระบายปกเสื้อหญิงจีน ชาวไทยจึงตั้งชื่อว่าพัดจีน พัดโบก ประยุกต์มาจากเครื่องสูงชนิดหนึ่ง สำหรับโบกลมถวายพระมหากษัตริย์ซึ่งประทับ ณ ที่สูง
นิตยสาร WE เดือนมีนาคม 2552 คอลัมน์ wedding diary
|