|
7 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องรอยัล บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
คุณทัวร์ หนุ่มมาดเซอร์อารมณ์ศิลปิน หลานชายนักเขียนชื่อดัง รงค์ วงษ์สวรรค์ และคุณนาโอมิ สาวน้อยนักดีไซน์ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ทายาทเจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรม ถูกเพื่อนๆ พร้อมใจกันแกล้งโดยการผลักให้ตกลงไปในสระว่ายน้ำ ณ งานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง ความรู้สึกในวินาทีแรกคืออาการ “ปิ๊ง” ผู้ร่วมชะตากรรมที่กำลังเปียกปอนสุดๆ อย่างไม่รู้ตัว กว่าแปดปีที่คบหาดูใจกันมานาน ก็ถึงคราวต้องจัดงานแต่งงานในฝันเสียที ทั้งสองจึงขอใส่สไตล์และไอเดียของตัวเองเอย่างต็มที่ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่านี่คืองานของ “เรา”
Venue ใจจริงทั้งสองอยากจัดพิธีแต่งงานในโบสถ์ เพราะเจ้าสาวนับถือศาสนาคริสต์ แต่ความที่โบสถ์ในบ้านเราไม่สวยหรูเท่าโบสถ์ที่เมืองนอก ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจจัดพิธีแต่งงานในสวนแทน จึงเลือกใช้พื้นที่สวนสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยาและห้องออร์เธอร์สเล้าจน์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดงานพิธีการในช่วงเช้า ส่วนงานเลี้ยงฉลองในตอนค่ำจัดที่ห้องรอยัล บอลรูม เพราะประทับใจความหรูหราในโทนสีทองเหมาะกับธีมงาน
Theme เจ้าสาวได้ไอเดียจัดพิธีแต่งงานในธีมสีขาว-ดำ แต่เกรงว่าจะไม่เหมาะกับประเพณีไทยและความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี รวมทั้งอยากให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ จึงปรับธีมสีให้ซอฟท์ลงเป็นสีใกล้เคียงที่สุดคือขาว-น้ำเงินเข้ม ส่วนในงานเลี้ยงฉลองตอนค่ำ บ่าวสาวขอแสดงความเป็นตัวของตัวเองแบบสุดขอบ โดยนำความประทับใจในศิลปะและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของปาร์ตี้หน้ากากสุดคลาสสิก (A Masquerade Ball) ครั้งไปเที่ยวเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีด้วยกัน มาผสมผสานกับธีมสีขาว-ดำ อย่างที่ใจต้องการ กลายเป็นงานแต่งงานแบบแฟนซีสุดเก๋ที่แปลกแหวกแนว สนุกสนาน และอิ่มเอมไปกับบรรยากาศแห่งความรักของทั้งสอง
Decoration & Sequence การตกแต่งสถานที่สำหรับทำพิธีในช่วงเช้าเน้นใช้ดอกไม้สีขาวที่ลงตัวกับการดีไซน์แบบโคโลเนียนของห้องออร์เธอร์สเล้าจน์ และดูเบาสบายเหมาะกับบรรยากาศในสวนสีเขียว เพียงตั้งซุ้มโค้งประดับดอกไม้สีขาวบนพื้นหญ้าให้กลายเป็นแท่นพิธี จัดเรียงเก้าอี้ไม้ดีไซน์สวยแบบเธียเตอร์ ห้อยกรวยกระดาษบรรจุกลีบดอกไม้สำหรับโปรยบ่าวสาวด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินเข้มเข้ากับธีมสีของงาน
เริ่มพิธีด้วยการเดินขบวนเปิดตัวเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าบ่าว และบาทหลวงไปประจำอยู่ที่แท่นพิธี ต่อด้วยฟลาวเวอร์เกิร์ลที่คอยโปรยดอกไม้ตามทาง เพื่อนเจ้าสาว และเด็กชายผู้ถือแหวน เมื่อเพลงเวดดิ้งมาร์ชดังขึ้น เจ้าสาวคนสวยค่อยๆ เดินควงคู่มากับคุณพ่อเป็นการปิดท้าย หลังจากกล่าวคำปฏิญาณ แลกแหวนและอธิษฐานรับพรจากบาทหลวงเรียบร้อยแล้วก็เป็นอันจบพิธี
ในช่วงค่ำเป็นงานเลี้ยงฉลองกึ่งแฟนซี บริเวณฟัวเย่ร์หน้าห้องจัดเลี้ยงแบ่งโซนโต๊ะลงทะเบียนไว้สองฝั่งเพื่อให้แขกสามารถทยอยเข้างานได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด บนโต๊ะตั้งกล่องใส่ซองและโหลแก้วที่เต็มไปด้วยหน้ากากแฟนซีสำหรับแจกให้กับแขกที่ไม่ได้เตรียมหน้ากากมาเอง แบ็คดร็อปหน้างานตกแต่งเหมือนกำลังอยู่ในห้องนั่งเล่น ยกสเต็ปพื้นลายตารางหมากรุกขวาง พื้นหลังกรุวอลเปเปอร์ลายวินเทจและกรอบรูป ด้านข้างตั้งแกรนด์เปียโนและบล็อคไม้สกรีนลายกราฟฟิกที่ดัดแปลงมาจากลวดลายในการ์ดเชิญ ความที่เจ้าสาวมีอาการเป็นลมง่ายบวกกับกลัวยืนรับแขกจนเมื่อย จึงตั้งเก้าอี้หนังตัวโตสีดำสำหรับให้บ่าวสาวและแขกเหรื่อนั่งถ่ายภาพร่วมกัน
ภายในห้องจัดเลี้ยงถูกตกแต่งให้อิงกับงานในช่วงเช้าด้วยดอกไม้สีขาวทรงสูง ประดับเพิ่มเติมด้วยผีเสื้อตัวจิ๋วสีสันต่างๆ นับร้อยและลูกโป่งสีเงินที่ลอยสูงบ้างต่ำบ้างตามจุดต่างๆ ให้อารมณ์ชวนฝันอีกทั้งช่วยลดช่องว่างระหว่างพื้นกับเพดานให้ดูเต็มขึ้น พร้อมไลท์ติ้งสีฟ้าอ่อนย้อมบรรยากาศในห้องให้ดูอบอุ่น สร้างความสนุกสนานด้วยตัวโบโซ่และนักกายกรรมมาบิดลูกโป่ง โยนลูกบอล ช่วยเพิ่มสีสันให้กับงาน ความที่บ่าวสาวไม่อยากได้งานที่เป็นพิธีการมากนัก จึงไม่มีพรีเซนเทชั่น ไม่มีประธาน ไม่มีการคล้องมาลัย มีแต่เพื่อนๆ ที่ผลัดกันขึ้นเวทีกล่าวอวยพรบ่าวสาวอย่างสุดซึ้ง กินใจจนทำเอาแขกหลายท่านน้ำตาซึมไปตามๆ กัน เมื่อถึงเวลาอันสมควรบ่าวสาวจึงร่วมกันเปิดแชมเปญฉลองสมรส ก่อนโยนช่อบูเกต์มอบโชคแก่เพื่อนสาวให้ได้แต่งงานในเร็ววัน
ปิดท้ายด้วยการเปิดฟลอร์เต้นรำจับคู่ระหว่างเจ้าบ่าวกับคุณแม่ ส่วนเจ้าสาวโชว์สเต็ปกับคุณพ่อ จากนั้นจึงเป็นเฟิร์สแดนซ์ของบ่าวสาวในจังหวะมันๆ ยาวไปจนถึงช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้
Music คุณทัวร์ชื่นชอบดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงพิถีพิถันในการคัดสรรเพลงที่นำมาเล่นในงานเป็นพิเศษ ด้วยเสียงหวานดั่งต้องมนตร์สะกดของฮาร์ป ทำให้เจ้าบ่าวเลือกเครื่องดนตรีชนิดนี้มาบรรเลงบทเพลงในพิธีการทางศาสนา และดนตรีจังหวะอะคูสติกที่ฟังสบายๆ ด้วยฝีมือการเกากีต้าร์แบบฟิงเกอร์จากอาจารย์บุญชอบ ถนอมวงศ์ธนา กูรูด้านกีต้าร์ชั้นนำของประเทศ ในงานเลี้ยงฉลองตอนค่ำ บ่าวสาวต้องการบิวท์อารมณ์ให้แขกรู้สึกครึกครื้นสนุกสนาน จึงนำไลฟ์แบนด์มาขับกล่อมบทเพลงทั้งไทยและเทศบนเวทีที่สร้างแยกออกมาจากเวทีพิธีการโดยเฉพาะ ก่อนปิดท้ายด้วยการเปิดแผ่นจากดีเจเจได ให้บรรดาแขกได้ปาร์ตี้ออกสเต็ปอย่างทั่วหน้า
Dress up ในพิธีแต่งงานช่วงเช้า คุณนาโอมิเลือก Gold Label Lily Dress Wedding Gown ชุดเกาะอกคอแหลมสีงาช้าง กระโปรงจับเป็นทรงคล้ายดอกไม้ยาวจรดข้อเท้า จาก Vivienne Westwood (ชุดเดียวกับที่ Carrie Bradshaw สวมในภาพยนตร์เรื่อง Sex and the City แต่เป็นคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2009 กระโปรงจึงสั้นกว่า ไม่พองฟูเท่า) สวมคู่กับเวลที่สั่งทำจากร้าน Sara Gabriel สหรัฐอเมริกา ความที่เวลประดับด้วยลูกปัดและคริสตัลแวววาว เพื่อนสนิทที่เป็นดีไซเนอร์ร้าน It’s Happened to be a Closet เห็นแล้วขัดใจ จึงจับเวลมาตัดให้สั้น ดูชิคขึ้นมาทันที ปิดท้ายด้วยรองเท้าสีดำแบบ Peep – toe จาก Christian Louboutin ส่วนคุณทัวร์สวมสูทสีเทากับกางเกงเข้าชุดกัน สั่งตัดพิเศษจากร้าน JBB เพราะช่างที่นี่มีประสบการณ์ ช่วยแก้ไขรูปร่างให้สมาร์ทสมส่วนขึ้น สวมรองเท้าหนังสีน้ำตาลจาก Dries Van Noten แบรนด์ดังสัญชาติเบลเยี่ยม งานนี้เพื่อนเจ้าสาวเองก็ไม่น้อยหน้าแท็กทีมกันตัดเดรสสีน้ำเงินเข้มแสนสวยที่ร้าน Asava ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็ยกทีมไปตัดสูทที่ร้าน JBB เช่นเดียวกับเจ้าบ่าว หล่อครบสูตรด้วยโบไทจาก Lanvin
สำหรับชุดในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส คุณนาโอมิสวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาวประดับโบสีดำและสายคริสตัลจาก Chanel กระโปรงสีดำจาก COMME des GARCONS แบรนด์สุดเก๋จากประเทศญี่ปุ่น ประดับ Headpiece สีดำดีไซน์สวยจาก Philip Treacy ประเทศอังกฤษ ส่วนคุณทัวร์สวมเชิ้ตขาว ผูกไทสีเทาเข้ม สวมทับด้วยชุดสูท และรองเท้าหนังสีดำ ทั้งหมดจาก Dior
Card การ์ดแต่งงานสีน้ำเงินเข้ม ด้านหน้าปั้มเงินรูปแหวนสองวงคล้องกัน ด้านหลังพิมพ์คำเชิญภาษาอังกฤษดูเรียบง่าย ส่วนการ์ดเชิญงานเลี้ยงฉลอง บ่าวสาวอยากได้การ์ดแบบป๊อบอัพที่สามารถใส่เรื่องราวรวมทั้งสไตล์เฉพาะตัวที่เมื่อผู้รับเปิดดูแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นงานแต่งงานของทั้งสอง จึงดีไซน์ให้การ์ดพับสลับเป็นฟันปลา เมื่อกางออกจะพบรูปภาพของทั้งสองและลายกราฟฟิกที่มีความหมายกับบ่าวสาวมากมาย เช่น ตัวอีที เพราะเจ้าสาวชอบสะสม ตุ๊กตาหมีของมิสเตอร์บีนที่เจ้าบ่าวชอบ รูปผีเสื้อ สุนัขตัวโปรด เครื่องดนตรี ฯลฯ นำมาจัดวางเลย์เอ้าท์ให้ดูแปลกตาแต่ลงตัวสุดๆ
Souvenir ตามประเพณีญี่ปุ่นคู่แต่งงานจะมอบขนมหวานเป็นของชำร่วยให้กับแขกที่มาร่วมงาน ทั้งสองจึงเลือกช๊อกโกแลตจาก LENOTRE ที่มาในกล่องสีชมพูสวย เพียงประดับเพิ่มเติมด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินพิมพ์ชื่อบ่าวสาวที่สั่งทำพิเศษ พร้อมปิ๊กดีดกีต้าร์สีขาวจาก Gibson สลักชื่อบ่าวสาวและวันที่แต่งงานไว้ด้านหน้า แสดงถึงความหลงใหลทางดนตรีของเจ้าบ่าว หุ้มด้วยลูกปัดสีสดใสที่ร้อยอย่างบรรจงหมายถึงความชื่นชอบด้านแฟชั่นของเจ้าสาว
Contact ช่อบูเกต์: คุณเอก-สันติพงษ์ คงรักษ์ โทร. 08-1826-4447 ชุดแต่งงาน: www.viviennewestwood.com เวล: www.saragabriel.com Headpiece: www.philiptreacy.co.uk รองเท้าเจ้าสาว: www.christianlouboutin.com
ติดตามอ่านเนื้อหาต่อได้ในคอลัมน์ธรทำ wedding Diary นิตยสาร WE ฉบับเดือนมีนาคม 2553
|