|
Story : คุณฝ้ายเจอคุณโอลิเวอร์ในช่วงเตรียมเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคุณโอลิเวอร์ในเวลานั้นเป็นที่ปรึกษาให้กับทาง ทอท. (บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัดมหาชน) และคุณฝ้ายได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงาน ด้วยความที่ต้องทำงานร่วมกันจึงทำให้ทั้งคู่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ จนวันที่สนามบินเปิดใช้งานและคุณโอลิเวอร์ต้องบินไปรับงานที่สนามบิน Heathrow ประเทศอังกฤษ คุณโอลิเวอร์ได้ส่งเมสเสจมาบอกคุณฝ้ายว่า “We will have future together and I will do everything to make it possible.” ทำให้คุณฝ้ายเริ่มรู้สึกดี ๆ กับคุณโอลิเวอร์มากขึ้น หลังจากนั้นคุณโอลิเวอร์ก็ได้พิสูจน์ให้คุณฝ้ายเห็นว่าความรักที่เขามีเป็นของจริง เพราะตลอดระยะเวลาที่คุณโอลิเวอร์รับตำแหน่งงานที่ปรึกษาให้แก่สนามบิน Heathrow นั้นเขายังคงโทรมาหาเธอทุกวันสม่ำเสมอและบินมาหาทุกเดือน ทำให้คุณฝ้ายไม่รู้สึกว่าระยะทางเป็นอุปสรรค เมื่อเขาขอแต่งงานเธอจึงตอบรับอย่างพร้อมใจเป็นที่สุด
Step by step : เมื่อทางบ้านได้ฤกษ์สำหรับจัดงานแล้ว คุณฝ้ายกับคุณโอลิเวอร์จึงได้มีโอกาสนั่งคุยกันเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ของงาน ซึ่งทั้งสองคนให้ความสำคัญกับงานเช้ามากพอสมควร เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะและเป็นพิธีการที่ซับซ้อน ทางคุณโอลิเวอร์อยากให้งานออกมาเป็นแบบไทย ๆ ส่วนงานเย็นคุณ โอลิเวอร์อยากให้มีบรรยากาศของเมือง Munich ประเทศ Germany ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา อันที่จริงทั้งคู่ก็วางแผนไปเที่ยวกันหลายครั้งแล้วแต่ล่มตลอด
เนื่องจากเวลาไม่ตรงกัน คุณโอลิเวอร์จึงอยากให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศของประเทศ Germany ในงานแต่งด้วยเลย ช่วงเก็บข้อมูล คุณฝ้ายเริ่มศึกษางานแต่งจากหนังสือและนิตยสารต่าง ๆ โดยช่วง 6 เดือนก่อนแต่งซื้อ WE อ่านตลอด ทางเพื่อนๆ ก็ช่วยหาข้อมูลมาเพิ่มเติม เนื่องจากคุณโอลิเวอร์ต้องกลับไปทำงานที่ Abu Dhabi จึงมีบางช่วงที่เธอต้องลุยเดี่ยว และเนื่องจากเป็นลูกคนแรกที่แต่งงานทำให้ไม่รู้ขั้นตอนรายละเอียดในการจัดงานจึงหาออร์แกไนเซอร์เข้ามาช่วย โดยลงตัวที่ Rainforest The Wedding ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของทั้งคู่ได้ตรงประเด็นและสมบูรณ์แบบมาก
Venue : ในตอนแรกนั้นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอยากจัดงานเลี้ยงช่วงเย็นที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่จัดงานพิธีเช้า แต่พอคุยกับทางโรงแรมแล้วพบว่าขนาดของห้องจัดเลี้ยงสามรถรองรับแขกได้ประมาณ 1,000 คน แต่แจกการ์ดไปร่วม 2,000 ใบ จึงเปลี่ยนมาเลือกที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี แทน อีกประการคือห้องที่นี่ค่อนข้างเรียบ สามารถตกแต่งสถานที่ตามคอนเซ็ปต์ที่กำหนดได้สะดวกกว่า
Theme & Concept : “Neuswanstein Inspiration” คือธีมของงานเลี้ยงตอนเย็น เนื่องจากงานเช้าเป็นพิธีแบบไทยแท้ๆ เพื่อให้เกียรติทางฝ่ายเจ้าสาวและให้แขกต่างชาติได้ชื่นชมพิธีแบบไทย งานเย็นคุณโอลิเวอร์จึงอยากให้เกี่ยวข้องกับประเทศเยอรมันบ้าง จึงนำปราสาทนอยชวานสไตน์ ( Neuswanstein) ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดแทบจะในโลกก็ว่าได้ เพราะเป็นต้นแบบของปราสาทดิสนีย์แลนด์มาเป็นแรงบันดาลใจ และคำว่า ชวาน (swan )ในภาษาเยอรมัน แปลว่า หงส์ ปราสาทนอยชวานสไตน์จึงหมายถึงปราสาทหงส์นั่นเอง ในงานจึงมีการสร้างปราสาทหงส์ไว้อย่างสวยงาม รวมทั้งมีการแกะสลักหงส์ขาวขนาดเท่าตัวจริงหลายสิบตัวโดยช่างฝีมือระดับสูงพร้อมประดับด้วยเลื่อมจากญี่ปุ่นที่บรรจงปักทีละเม็ดเพื่อความหรูหรา ที่สำคัญคือเมื่อหงส์สองตัวหันหน้าเข้าหากันจะเกิดเป็นภาพหัวใจที่สื่อถึงความรัก อีกทั้งยังมีความหมายถึงความสูงศักดิ์ด้วย และการเดินทางของฝูงหงส์ยังสื่อถึงการบินซึ่งทั้งคู่นั้นทำงานและพบรักกันที่สนามบิน ส่วนภาพรวมเน้นให้ออกมาในคอนเซ็ปต์ที่เรียบโก้
Logo : บ่าวสาวได้คุณ ฟร็อก – วรวุฒิ ลี้วัฒนะ Graphic Designer จากนิวยอร์คซึ่งออกแบบโลโก้องค์กรใหญ่ๆระดับประเทศ และงานใหญ่ต่างๆมากมายออกแบบให้ โดยตอนแรกทั้งคู่คิดไม่ตกว่าโลโก้ควรเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แต่ทางออร์แกไนเซอร์แนะนำให้ออกแบบให้สามารถอ่านได้ทั้งสองภาษา โดยชื่อจริงของทั้งสองคนในภาษาไทย คือตัว ส และอ ส่วนภาษาอังกฤษคือ s และ o กรอบดอกไม้ที่ล้อมอักษรย่ออยู่นั้นเป็นดอกไม้ไทยและยุโรปเอามารวมกัน แสดงให้เห็นว่าเป็นสองวัฒนธรรมของทั้งสองคน
Decoration : สีที่เลือกใช้เป็นสีขาว-ครีมทั้งงานเพื่อความหรูหราและสง่างาม โดยฉากถ่ายรูปหน้างานเป็น Flower wall กว้าง 8 เมตร และสูงจรดเพดาน 3.6 เมตร โดยใช้ดอกไม้สีขาวล้วนหลายขนาดตกแต่งฉากเพื่อให้มีมิติ ติดดวงจันทร์สีนวลเรืองแสง และหงส์แกะสลักเป็นงานประติมากรรมนูนสูง คล้ายหงส์แต่ละตัวค่อยๆบินหลุดออกมาจากฉากหลังบินเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยง เมื่อเดินตามหงส์เข้าไปจะพบกับเวทีที่ได้แรงบันดาลใจจาก Throne Hall หรือห้องราชบังลังก์ของปราสาทนอยชวานสไตน์ เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่พิเศษ ออกแบบให้เป็นเวทีโค้งเพื่อมีมิติที่แปลกตา สูงจรดเพดานห้อง ห้อยโคมแชนเดอเลียที่ได้แรงบันดาลใจมากจากแชนเดอเลียจากท้องพระโรงจริง
Sequence : บ่าวสาวเดินเปิดตัวเข้ามาในงานด้วยเพลง From This Moment On ซึ่งมีความแกรนด์สมกับธีมงานและมีความหมายตรงกับความรักของทั้งคู่ เมื่อ ฯพณฯท่านบรรหาร ศิลปอาชา ประธานในงานกล่าวอวยพรจบลง จึงเป็นการจุดเทียนและตัดเค้กโดยใช้เพลง You Raise Me Up เพราะเนื้อหามีความหมายเกี่ยวกับการบินขึ้นที่สูง การประคองกันและกันให้ดียิ่งๆขึ้นไป เมื่อเสร็จจากการนำเค้กไปให้ผู้ใหญ่แล้ว ทางเจ้าสาวได้เตรียมเซอรไพรซ์เจ้าบ่าวโดยให้พิธีกรแกล้งประกาศเรียกเจ้าสาวมาโยนช่อดอกไม้และให้คุณโอลิเวอร์เดินไปหยิบดอกไม้ ระหว่างนั้นออแกไนเซอร์ก็เตรียมเปียโนสีขาวให้คุณฝ้ายเล่นเซอร์ไพรซ์เจ้าบ่าว จากนั้นจึงเป็นการเซอร์ไพรซ์กลับของเจ้าบ่าวด้วย First dance หลังจากนั้นก็ปิดท้ายที่การโยนดอกไม้จริงๆ ซึ่งทางเจ้าสาวได้คุยกับทางทีมงานไว้ว่าอยากให้มีอะไรสนุกๆ จึงเตรียมดอกไม้ไว้ 3ช่อ พอโยนช่อแรกออกไป มีคนได้รับปุ๊บ ก็บอกว่าแค่ซ้อม ช่อสองก็แล้ว จนช่อที่สามเป็นช่อจริง ซึ่งคราวนี้คุณฝ้ายหันหน้ากลับไปโยนใส่มือพี่สาวตัวเองตามที่ได้ตั้งใจไว้
ขอขอบคุณ Rainforest The Wedding โทร. 08-1809-5459, 08-6533-6535, 0-2538-7217
ติดตามอ่านเนื้อหาต่อได้ในคอลัมน์ wedding diary นิตยสาร WE ฉบับเดือนกรกฎาคม 2553 |